Home KIDS มองลูกให้เห็นมากกว่าที่ลูกเป็น

มองลูกให้เห็นมากกว่าที่ลูกเป็น

49
0
มองลูกให้มากกว่าที่ลูกเป็น

มองลูกให้เห็นมากกว่าที่ลูกเป็น วันนี้เป็นยังไงน้า มาอีกแล้วจ้า แฟชั่นพี่บัวหอม เอากางเกงมาใส่ขาข้างเดียวทำเป็นกระโปรง ป๊ากับม้าเห็นตั้งแต่วันหยุดที่ผ่านมาแล้ว ใส่ทั้งวันทั้งคืน ชอบมาก ป๊าม้าพูดยังไงก็ไม่ยอมเปลี่ยน เลยต้องปล่อยไป เมื่่อวานกลับจากโรงเรียน บัวก็เหมือนเดิม เอากางเกงมาทำเป็นกระโปรง ป้าๆ เครียดไปตามๆ กัน บอกให้บัวเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก พูดเป็นร้อยรอบ บัวหอมไม่ยอมเปลี่ยน


บัวใส่กางเกงแบบนี้แหละขึ้นรถ กลับบ้าน พอนั่งคาร์ซีท รัดเบลล์ไม่ได้ซิ พูดกันอยู่นานกว่าจะยอมถอดหม่าม้าบอกบัวว่า “บัว ม้าไม่ได้ห้ามบัวให้ใส่กางเกงแบบนี้นะ แต่มันรัดเบลล์ไม่ได้ ต้องถอดแล้วลูก เดี๋ยวลงรถค่อยใส่ใหม่เนอะ” ม้าพูดวนประโยคเดิมซ้ำอยู่หลายรอบ บัวหอมจึงยอมถอด แต่ก็ร้องไห้ไปด้วย


ระหว่างขับรถกับบ้าน หม่าม้าเลยคุยกับบัว

“บัวรู้มั้ยกางเกงเขามีไว้ทำไม ฟังชั่นของกางเกงมีไว้ให้ใส่สองขานะลูก” (คือลูกอึ้ง งงไปเลยกับฟังชั่น)

ม้าเลยบอกใหม่ว่า “คือกางเกงเขาทำมาสองขามันก็ต้องใส่สองขา ถ้าใส่ขาเดียวมันก็เดินไม่ได้ ถ้าอยากใส่เป็นกระโปรงหนูก็ต้องเอากระโปรงมาใส่ ก๊องกับแม่ๆ ก๊อนาห้ามเพราะเขาหวังดี แล้วทีหลังอย่าพูดไม่เพราะกับก๊องอีกนะ ทำได้ไหมลูก” บัวบอกทำได้


ทำไมหม่าม้าไม่ห้ามลูกเวลาลูกทำตัวประหลาดๆ (เหมือนที่ใครๆ ว่า)?

— ม้าห้ามแล้วแต่ลูกไม่ฟัง ม้าก็กลับมานั่งดูว่า มันอยู่ในเรื่องร้ายแรง 3 ข้อที่ม้าไม่ให้ลูกทำมั้ย

1 ไม่เล่นของมีคม

2 ไม่ก้าวร้าวผู้ใหญ่หรือคนอื่นๆ

3 ไม่เล่นปลั๊กไฟ (ถึงจะปีนเก้าอี้ถ่้าไม่สูงมากม้าก็ปล่อยไป ตกเดี๋ยวเจ็บเดี๋ยวก็จำ)

— เวลาลูกทำอะไรที่ใครๆ ว่าประหลาด ม้าถามตัวเองว่าคิดว่าอย่างไร รับได้ไหม หลายๆ เรื่องม้ามองเป็นเรื่องขำๆ ออกจะเอ็ดดูด้วยซ้ำกับความครีเอทของลูก

ตอนแรกม้าห้ามเพราะอะไร เพราะ mind set ของม้าหรือใครๆ คือกางเกงต้องใส่สองขา พอลูกใส่ขาเดียวเลยห้ามทันที แล้วถ้าในโลกแฟชั่นยุคใหม่ กำลังฮิต กางเกงขาใหญ่ๆ แล้วเอามาใส่ขาเดียวเดิน ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองละ เราจะยังห้ามลูกไหม ไม่ห้ามใช่ไหม นั่นแปลว่าเรากำลังทำตามคนส่วนใหญ่ เราแคร์คนอื่น เราหน้าบาง เราอายคน กลัวคนจะว่าเราเลี้ยงลูกยังไง เป็นแบบนี้ แต่ไม่แคร์ความรู้สึกลูกเลยใช่ไหม

— เด็กที่ทำตัวมีปัญหา ทำตัวเด่น เรียกร้องความสนใจ คือเด็กที่กำลังบอกเราว่า “สนใจหนูบ้าง หนูอยากให้คุยกับหนูบ้าง รักหนูบ้างซิ กอดหนูบ้าง” แค่นั้นเอง หม่าม้าเข้าใจบัวมาก ตอนที่บัวยืนพนมมือค้าง รอสวัสดีปู่อยู่สองสามนาทีเมื่อวานนี้ ในขณะที่ปู่กำลังเล่นกับน้องไนล์ ม้าเห็นแล้วสะเทือนใจ สงสารลูกสาวมาก


บทความจากเพจหมอโอ๋ #เลี้ยงลูกนอกบ้าน หม่าม้า พยายามอ่านเพื่อเตือน เวลาลูกไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น

ลูก “ไม่ได้มีหน้าที่” เป็นเด็กดี เพื่อให้เรามีความสุข

เรา “มีหน้าที่” ดูแล “พลังใจ” ของตัวเรา แม้ในวันที่อะไรไม่ได้เป็นดังใจ

เวลาที่เราโมโหลูก หลายครั้งไม่ได้เป็นเพราะพฤติกรรมของลูก แต่เป็นเพราะ “พลังในใจ” ของเรา มันเหลือน้อย จนไม่เหลือพลังดีๆ พอที่จะช่วยใคร

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here