Home Lifestyle Family and kids ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี

ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี

79
0
ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี


ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี ถึงแม้ว่าช่วงนี้หน้าฝนเด็กเล็กจะป่วยบ่อยไปตามๆ กัน ลูกชายบ้านนี้ก็ป่วยเหมือนกันค่ะ ไข้ขึ้นสูง ไม่ยอมลดเลย ป๊าม้าต้องเช็ดตัวลูกเป็นระยะ ทั้งกลางวันกลางคืน เมื่อวานนี้ลูกท้องเสียถ่ายไป 5 รอบ ตอนมืดๆ ป๊าม้ากลับจากที่ทำงานต้องรีบพาลูกมาหาคุณหมอ อย่าไปนั่งบ่นเลยค่ะว่าโชคร้ายลูกป่วยอีกแล้ว

.

หลังจากพบคุณหมอเล่าอาการให้ฟัง คุณหมอตรวจแล้วเลยให้แอดมิด หมอบอกว่าน้องไนล์มีอาการขาดน้ำ ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่น้องไนล์ไม่ยอมกินข้าว กินไม่กี่คำก็บ้วนข้าวทิ้ง กินนมได้น้อย กินน้ำน้อย คุณหมอคิดว่ากล่องเสียงน่าจะอักเสบ เพราะร้องไห้จะมีเสียงก้องในคอ ส่วนเชื้อไข้หวัดใหญ่กับ RSV ตรวจแล้วไม่พบ ซึ่งถือว่ายังโชคดี วันนี้หม่าม้าก็ต้องลางานเฝ้าไข้ลูกละนะ ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี หม่าม้าไม่ได้คิดว่าลูกป่วยเป็นเรื่องโชคร้าย เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กที่ภูมิคุ้มกันยังน้อย พอไปโรงเรียนจึงทำให้ติดหวัดหรือโรคอะไร มาจากเพื่อนๆ ได้ง่าย

.


คนเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ เราจึงไม่ได้โชคดีเสมอไป แม้ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เราคิดบวกได้เพื่อให้เรื่องยากๆ กลายเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ

เรื่องบางเรื่องเค้าก็คงไม่ได้ตั้งใจ


เมื่อวานตอนเย็น พี่พยาบาลเจาะเลือดน้องไนล์ซะสามรอบ รอบแรกเจาะใช้ไม่ได้ เลือดไม่เดิน หม่าม้าสงสัยว่าพี่พยาบาลน่าจะเป็นพยาบาลมือใหม่ รอบสองได้คุณพี่พยาบาลมือเก่ามาเจาะ ก็ประสบความสำเร็จด้วยดีในการนำเอาเลือดใส่หลอดไปตรวจ แล้วใส่สายน้ำเกลือ


หลังจากนั้นระหว่างที่รอขึ้นห้อง น้องไนล์ต้องพ่นยาให้หายใจสะดวก หลังจากพ่นยาเสร็จได้ซักพักน้องผู้ช่วยเดินมาบอก “คุณแม่เลือดน้อง (ที่เจาะไปตรวจ) แห้งค่ะ ต้องขอเจาะเลือดใหม่ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ” พร้อมยกมือไหว้ หม่าม้าก็อยากจะอุทานออกไปดังๆ เหมือนกันว่า “เวรเอ๊ย” แต่ทำแบบนั้นแล้วได้อะไร ลูกก็ยังต้องเจาะเลือดรอบที่สามอยู่ดี น้องผู้ช่วยก็ยกมือไหว้ขอโทษแล้ว เราจะยังโกรธเขาอีกหรือ หม่าม้าจึงต้องทำใจให้ลูกเจาะเลือดอีกรอบ คิดเสียว่าโชคดีแล้วที่ไม่ต้องเจาะรอบที่สี่


**************************************************

สิ่งที่ควรทำคือคิดบวกเข้าไว้ ถ้าเราไม่สำคัญเค้าจะโทรหาเราทำไม จริงไหมคะ

  
เช้านี้หม่าม้าดูแลลูก ป้อนข้าว (ซึ่งก็กินไปไม่กี่คำ) ป้อนน้ำ ระหว่างลูกนอนหลับ หม่าม้าต้องรีบทำงานเพราะวันนี้ 2 ก.ค. ต้นเดือนถือว่าเป็นเทศกาลของการส่งรายงานต่างๆ และต้องรีบทำงานให้ทันตาม deadline  ไม่งั้นคนทำจะ dead แทน ลูกน้อง และเพื่อนร่วมงานบางคน หรือแม้แต่เจ้านาย จะโทรมาเป็นระยะในระหว่างวัน ส่วนเราเองก็ต้องตามงานเป็นระยะเหมือนกัน การโทรตามงานกับคนที่ลางานนี่น่าจะเป็นประเพณีของคนไทยเชียว (หรือว่าเป็นแค่บริษัทที่เราทำก็ไม่รู้) จนเราเองทำงานก็ไม่ได้คำนึงถึงวันหยุดละ หยุดก็ทำ ไม่หยุดก็ทำ กลายเป็นคนบ้างานในสายตาของหลายๆ คนไป


หากว่าเรามามัวแต่นั่งบ่นว่านี้วันหยุดฉันนะ จะโทรตามโทรจิกอะไรหนักหนา โวยวายไป แล้วคนที่โทรจะเลิกโทรไหม? คำตอบน่าจะเป็น “ไม่” ซินะ แล้วเราจะบ่นไปทำไม บ่นไปให้ตัวเองทุกข์ใจเปล่าๆ คิดเสียว่าหน้าที่เราก็ทำไปนะ ทำก่อนเสร็จก่อน ถือเสียว่าเราทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด การโพสต์ด่าเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานที่มาตามจิกงานเรา ลงในเฟสบุ๊คไม่ควรทำเด็ดขาดเลยค่ะ จำไว้ว่า ไม่มีความลับในโลกนี้เมื่อมันขึ้นบนเฟสบุ๊คแล้ว อย่าให้ข้อความร้ายๆ ในความคิดชั่ววูบกลับมาทำร้ายคุณได้เชียว  สิ่งที่ควรทำคือคิดบวกเข้าไว้ ถ้าเราไม่สำคัญเขาจะโทรหาเราทำไม จริงไหมคะ โชคดีแล้วที่เขายังคิดถึงเราและ โชคดีอีกเหมือนกันที่เรามีสติไม่โพสต์อะไรมั่วๆ ลงเฟซฯ ไปตอนอารมณ์ไม่ดี


**************************************************  

ลูกป่วย ลูกงอแง แต่เราได้ใช้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น


น้องไนล์เป็นเด็กอารมณ์ดี ถ้างอแงก็จะโยเยไม่นาน ยกเว้นตอนง่วงนอน ช่วงบ่ายโมง น้องไนล์นอนไปได้แป๊บเดียวตอนคุณหมอขึ้นมาตรวจรอบบ่าย พอตื่นแล้วเลยนอนไม่หลับเลย ลูกร้องไห้โยเยหลังจากคุณหมอกลับไปแล้ว และให้หม่าม้าอุ้มเดินไม่ยอมให้วาง พอหม่าม้าเมื่อยจะเอาลูกนอนบนเตียงลูกก็ร้องไห้ไม่ยอมนอน ฟาดงวงฟาดงา เล่นใหม่มาก หม่าม้าจะวางก็ไม่ได้พอจะอุ้มก็ดิ้นซะอย่างนั้น หม่าม้าก็อุ้มบ้างเดินบ้าง นั่งบ้าง ทั้งขู่ทั้งปลอบ พี่พยาบาลสลับกันเข้ามาดูสองสามหนก็ช่วยอะไรไม่ได้ สุดท้ายน้องไนล์ให้อุ้มนั่งตักแล้วหลับคาตัก ไม่ยอมนอนหมอนอยู่ดี

ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี 2

เด็กน้อยหลับคาตักเลย


เคสนี้หม่าม้าทำอะไรไม่ได้ก็ต้องยอมตามน้ำไป รอจนลูกเหนื่อยง่วงและหลับไปเอง ใช้เวลาประมาณเกือบสามชั่วโมงเอ๊ง เอิ่ม…  ไม่ต้องไปดร่าม่า โอ๊ยเลี้ยงลูกเหนื่อย (สองป้าที่่เลี้ยงน้องไนล์ทุกวันก็อุ้มแบบนี้แหละ” ลูกทำไมงอแงเหลือเกิน เฝ้าไข้คนเดียวด้วย เหนื่อยโฮก ไม่ต้องหรอกค่ะ หม่าม้าว่านี่เป็นเวลาที่ได้อยู่กับลูกกอดลูก หอมลูก ได้เข้าใจเขามากขึ้น ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม ก็ต้องตอบว่าเหนื่อย แต่เหนื่อยแล้วบ่น จะเหนื่อยเพิ่มซะเปล่าๆ นะซิ ลูกไม่สบายเขาจะไม่สบายตัวงอแง เป็นธรรมดา โชคดีเท่าไหร่แล้วที่ลูกเราป่วยไม่มาก

ถ้าเราไม่บ่นว่าเราโชคร้าย เราก็จะโชคดี 1

รูปเด็กโยเยไม่ยอมให้วาง

**************************************************  

เรื่องบางเรื่องคิดเสียว่าเป็นเรื่องเล็กจะได้สบายใจ เบาในหัวใจ


พี่บัวหอมโทรไลน์มาหาน้องตอนเย็นหลังกลับจากโรงเรียน น้องไนล์นอนหลับอยู่ ป้าน้องบัวบอกว่า “บัวเป็นสาวแล้วหม่าม้า เอาสีมาทาเล็บด้วย” แล้วบัวหอมก็โชว์เล็บให้หม่าม้าดู สีชมพูเลอะเทอะเชียวลูก หม่าม้าก็ขำๆ เออ สวยดีลูก ไม่ต้องไปติไปบ่นลูกมากมาย เรื่องนี้หม่าม้าว่าเล็กน้อย เล็บเปื้อนก็ล้างออก ล้างไม่ออกก็รอก่อนสองสามวันนะ


เดือนก่อนหม่าม้าไปทำงานที่กัวลาลัมเปอร์เลยซื้อของเล่นที่เรียกว่า สไลม์ (Slime) เป็นสีๆ เหนียวๆ คล้ายแป้งเปียก มาฝากน้องบัวเพราะลูกเคยดูในยูทูปแล้วอยากได้  ปรากฏว่าสไลม์อันนี้สีติดมือติดเสื้อผ้า ป้าบัวหอมก็โทรบอกป๊านาง ป๊านางก็โทรมาล้งเล้งใส่หม่าม้า ว่าซื้ออะไรมาให้ลูกเล่น มันเปื้อนมือเปื้อนเสื้อผ้า ชุดนักเรียนด้วยถ้าซักไม่ออกจะทำยังไง


หม่าม้าเลยตอบกลับไปแบบไม่เดือดเนื้อร้อนใจว่า “ถ้ามือเปื้อนก็ล้างออก เสื้อเปื้อนก็ซักซิ” โดนย้อนกลับมาว่าแล้วถ้าซักไม่ออกล่ะ ชุดนักเรียนนะ หม่าม้าบอกว่า “ชุดนักเรียนถ้าซักไม่ออกก็ไม่ต้องใส่นะ เลิกใส่ แค่นั้นเอง จะโวยวายให้เรื่องใหญ่โตทำไม ซักไม่ออกก็ไม่ใส่ แค่นั้น ง่ายๆ” ในทางกลับกันถ้าเราคิดซะว่าโชคดีเท่าไหร่แล้วที่เปื้อนแค่เสื้อ ไม่ได้เปื้อนผมจนต้องตัดผมทิ้ง เห็นไหม เราโชคดีออก


เพราะอะไรที่หม่าม้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กง่ายๆ นะเหรอ เพราะทุกวันที่่หม่าม้าทำงาน มีแต่เรื่องใหญ่ๆ เยอะจนปวดหัวมากอยู่แล้ว เรื่องเล็กๆ ของลูกในบ้านเลยปล่อยให้เป็นเรื่องเล็กๆ ไปบ้างอย่าไปจุกจิกหยุมหยิบกับมันเลย คิดได้แบบนี้มันจะได้เบาในหัวใจเราไง เชื่อหม่าม้าสิ

.

ถ้าเรามองเห็นมุมดีๆ ในเรื่องแย่ๆ ถ้าเราไม่โทษแต่คนอื่น เราก็จะยอมรับความจริง แบบชีวิตจริงๆ ได้ค่ะ คุณว่าจริงไหมคะ


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here