Home MOTIVATION AND HOW TO โรคซึมเศร้า ที่ดาราหรือคนธรรมดาก็เป็นได้

โรคซึมเศร้า ที่ดาราหรือคนธรรมดาก็เป็นได้

91
0
โรคซึมเศร้า ที่ดาราหรือคนธรรมดาก็เป็นได้

โรคซึมเศร้า ที่ดาราหรือคนธรรมดาก็เป็นได้ โรคนี้เราเพิ่งรู้จักกันมากขึ้นเมื่อเราได้ข่าวว่าดาราหลายๆ คนเป็นโรคนี้กัน จนกลายเป็นว่าเอะอะอะไรก็เป็นโรคซึมเศร้ากันไปหมด แต่ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ใครๆ บอกเป็นโรคซึมเศร้านั้นเขาคิดไปเองหรือหมอเป็นคนวินิจฉัย

สองสามวันมานี้ฉันได้ทราบเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสุขภาพของน้องในแผนก อาการคือนอนไม่หลับ กินข้าวไม่ได้ และอดทนกับเสียงดังไม่ค่อยได้ อารมณ์ไม่คงที่ ซึ่งหลายคนทราบอาการแล้วออกความเห็นว่าอาจจะเหมือนเป็น โรคซึมเศร้า ที่ดาราหรือคนธรรมดาก็เป็นได้ โรคที่เริ่มจะเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้น เมื่อดาราหลายๆ คนเป็นและมีข่าวออกมาให้เราได้ยิน


อย่างเช่น คุณเอิน กัลยกร นาคสมภาพ ที่เพิ่งออกรายการเจาะใจไปเมื่อเร็วๆ นี้ หรือคุณทราย เจริญปุระ ซึ่งเป็นที่ทราบกันอย่างแพร่หลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราทุกคนลงความเห็นว่าน้องควรไปปรึกษาหมอน่าจะดีกว่า เพราะไม่มีใครกล้าฟันธงได้แน่ชัดว่าเป็นอะไร เหมือนกันหมอในโรงพยาบาลแน่ๆ

เกณฑ์การวินิจฉัยว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ (จากเว็บไซต์โรงพยาบาลรามาธบดี)

มีอาการดังต่อไปนี้ 5 อาการหรือมากกว่า

  1. มีอารมณ์ซึมเศร้า (ในเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นอารมณ์หงุดหงิดก็ได้)
  2. ความสนใจหรือความเพลินใจในกิจกรรมต่างๆ แทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก
  3. น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก (น้ำหนักเปลี่ยนแปลงมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือน) หรือมีการเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมาก
  4. นอนไม่หลับ หรือหลับมากไป
  5. กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือเชื่องช้าลง
  6. อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
  7. รู้สึกตนเองไร้ค่า
  8. สมาธิลดลง ใจลอย หรือลังเลใจไปหมด
  9. คิดเรื่องการตาย คิดอยากตาย

* ต้องมีอาการในข้อ 1 หรือ 2 อย่างน้อย 1 ข้อ

* ต้องมีอาการเป็นอยู่นาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และต้องมีอาการเหล่านี้อยู่เกือบตลอดเวลา แทบทุกวัน ไม่ใช่เป็นๆ หายๆ เป็นเพียงแค่วันสองวันหายไปแล้วกลับมาเป็นใหม่

ในเวบไซต์ของโรงพยาบาลยังมีแบบทดสอบว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เอาไว้ให้ลองเช็คกันด้วย

ฉันถามตัวเองว่าฉันเคยมีภาวะเป็นโรคซึมเศร้ากับใครเขาบ้างไหม เพราะว่ากันว่าคนที่เป็นโรคนี้จะไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจนัก ฉันอาจจะเคยเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด หรือ baby blue ก็ได้นะ

ช่วงคลอดลูกคนแรก วันแรกที่กลับถึงบ้านเป็นวันที่เรียกว่านรกมากสำหรับฉัน ความเครียดอยู่ในระดับสิบ ถ้าคะแนนอยู่ที่สิบ เพราะลูกร้องตลอดทั้งคืน โดยที่ฉันเป็นแม่มือใหม่และไม่รู้ว่าลูกต้องการอะไร ลูกร้องไห้ ฉันก็ร้องไห้ตาม

ความเครียดที่เพิ่มขึ้นเพิ่มตามจำนวนความเห็นของคนรอบข้าง และญาติผู้ใหญ่ที่รักและหวังดีกับเราสุดๆ

“ทำไมอุ้มลูกแบบนั้นล่ะ ทำไมไม่อุ้มแบบนี้” ฉันนึกในใจ ก็นี่ลูกคนแรกไหม ใครจะไปรู้ต้องอุ้มแบบไหน ฉันถนัดแบบนี้ก็อุ้มแบบนี้แต่ไม่ตรงใจกับคนถาม

“ทำไมลูกวางไม่ได้เลย วางแล้วร้อง เลี้ยงลูก อุ้มจนติดมือใช่ไหม”

“ทำไมเลี้ยงลูกหัวแบน ทำไมไม่นอนคว่ำ” สารพัดความเห็นและคำแนะนำที่ฉันไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะคนถามก็ถามด้วยห่วงใย แต่ไม่รู้ว่าคำถามจะทำให้คนเพิ่งคลอดเกิดอาการเครียด

“เลี้ยงลูกคนเดียวเหนื่อย แล้วคนที่เขามีลูกหลายๆ คนทำไมถึงเลี้ยงได้ คือฉันเจอมาหลายคำถามจนเครียด เลยบอกสามีว่า ลูกคนต่อไป ขอเลี้ยงเองคนเดียวดีกว่านะ

พอมีลูกคนที่สอง ก็สมใจนึกบางลำพูของฉันเลยคร้า คลอดลูกคนแรกสามีลางานมาช่วยเลี้ยงลูกเกือบเดือน ลูกคนที่สองนี่โซโล่เองคนเดียวเลย อยู่กับลูกสองคนสามเดือน ภาวะเครียดจิตตกต้องมา ของมันต้องมีนะแบบนี้

วันดีคืนดีฉันก็จิตตก สงสารตัวเองว่า “ทำไม ชีวิตฉันมันช่างน่าสงสารขนาดนี้ ไม่มีใครช่วยเลี้ยงลูกเลย สามีก็หยุดงานไม่ได้ แม่ตัวเองก็อยู่ต่างจังหวัด ต้องอยู่กับลูกสองคน เฮ้ยนี่มันชีวิตคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวชัดๆ ” คิดแล้วชีวิตช่วงนั้นรันทดมาก

ฉันผ่านช่วงเครียดนั้นเมื่อปีที่แล้วมาได้อย่างไร (นั่งนึกแล้วฉันคิดว่าตัวเองคงไม่ถึงกับเป็นโรคซึมเศร้านะ)?

โดยธรรมชาติแล้วฉันเป็นคนที่ขี้หงุดหงิด ขี้รำคาญเพราะฉะนั้น การที่ใครมาคอมเม้นท์ฉันมากๆ ฉันจะหงุดหงุด คิดมากและตามมาด้วยความเครียด

เรียกได้ว่า “คำพูดคนอื่นทำร้ายเราแค่ครั้งเดียว แต่เราทำร้ายตัวเองเป็นร้อยๆ ครั้งจากการเก็บคำพูดนั้นมาคิดนั่นแหละ”

ฉันเลยคิดในแง่บวกว่า เลี้ยงลูกคนเดียวดีกว่ามีคนช่วยเลี้ยงหลายคน ช่วยออกความเห็นให้วุ่นวาย อยู่คนเดียวไม่ต้องมีใครพูดอะไรให้ปวดหัว น่าจะเป็นเรื่องที่น่าสบายใจที่สุดแล้ว อีกอย่างอยู่กับลูกอ่อนนี่มันก็ยุ่งวุ่นวายจนไม่มีเวลาคิดอะไรแล้วค่ะ ว่างเมื่อไหร่ต้องรีบนอนซะมากกว่า

เมื่อเรามา ทำความรู้จัก โรคซึมเศร้า ที่ดาราเป็นกันมาก แล้วคนธรรมดาอย่างเราละ ? ฉันว่าโรคซึมเศร้ามาจากหลายสาเหตุ ทั้งจากตัวเราเอง ความคิด เคมีในสมอง ยาที่ใช้ หรือสิ่งภายนอกตั้งแต่ครอบครัว เพื่อนฝูง สิ่งแวดล้อม หรือที่ทำงาน เป็นไปได้เราควรรักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรง ออกกำลังกายบ้าง มองโรคในแง่บวก ไม่ยึดติดกับอะไรมากมาย ก็น่าจะเลี่ยงจากภาวะโรคซึมเศร้าไปได้โขอยู่นะคะ คุณว่าจริงไหมคะ?

.

.


รายการเจาะใจ : เอิน กัลยกร นาคสมภพ – วันฟ้าหม่น [16 มิ.ย 61]

Credit :http://med.mahidol.ac.th,  Pexels.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here