Home KIDS เทคนิคพาลูกน้อย เด็กเล็ก ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เตรียมตัวอย่างไรให้รอด

เทคนิคพาลูกน้อย เด็กเล็ก ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เตรียมตัวอย่างไรให้รอด

166
0

 

เทคนิคพาลูกน้อย เด็กเล็ก ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เตรียมตัวอย่างไรให้รอด
การเดินทางโดยเครื่องบินในปัจจุบันนั้นแสนสะดวกสบายแถมราคาตั๋วเครื่องบินก็มีโปรโมชั่นให้เลือกหลากหลาย ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรที่คุณพ่อคุณแม่จะหอบหิ้วลูกน้อยวัยเบบี๋ หรือเด็กเล็กๆ ไปเที่ยวต่างประเทศ

.

 

เมื่อสองปีก่อนฉันมีโอกาสไปเที่ยวประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรก และเป็นการเดินทางเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของลูกน้อยวัยหนึ่งขวบสี่เดือนด้วยเช่นกัน ก่อนการเดินทาง ฉันต้องเตรียมตัวหลายอย่าง เช่นอ่านเทคนิคการพาเด็กเล็กหรือลูกน้อยวัยเบบี๋เที่ยวต่างประเทศ หาข้อมูลการเดินทาง และข้อมูลสิ่งของที่จะต้องเตรียมไปใช้สำหรับเด็กเล็ก

.

ช่วงที่เตรียมตัว ฉันได้บอกเพื่อนหลายๆ คนว่าฉันจะพาลูกสาวไปเที่ยวต่างประเทศด้วย และฉันได้รับ feedback หลายๆ อย่าง ที่มีทั้งในแง่บวกและแง่ลบ แต่ฉันก็มีเหตุผลของตัวเองที่ฉันพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็กนะคะ ซึ่งต้องออกตัวไว้ก่อนว่าเป็นเหตุผลส่วนตัวที่อาจจะไม่เหมือนใครๆ

.

ข้อแรก เหตุผลของคนชอบเที่ยว

ความที่ฉันเป็นคนชอบเที่ยวมากถึงมากที่สุด ฉันมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศมาหลายๆ ประเทศ ทำให้ฉันมีความตั้งใจว่าถ้ามีลูก ฉันจะพาลูกไปเที่ยวด้วยทุกๆ ที่ถ้าเป็นไปได้ เพราะฉันอยากให้ลูกได้พบผู้คนใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เห็นและสัมผัสในสิ่งที่ฉันได้เห็น และเป็นการสอนให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปด้วยกัน

.

ข้อสอง เด็กเล็กค่าทัวร์ไม่แพง

เด็กที่อายุยังไม่ถึงสองขวบ ค่าทัวร์จะถูกมาก ประมาณยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์จากค่าทัวร์เต็มราคา จำได้ว่าตอนที่ฉันไปเที่ยวประเทศอังกฤษค่าทัวร์ผู้ใหญ่ประมาณเจ็ดถึงแปดหมื่นบาท แต่ลูกสาวของฉันวัยขวบสี่เดือนเสียค่าเครื่องบินรวมประกันการเดินทาง ค่าพาสปอร์ต วีซ่า และอื่นๆ ประมาณสองหมื่นห้าพันบาท เรียกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางทีเดียวค่ะ ส่วนเด็กที่อายุสองขวบขึ้นไป ราคาค่าทัวร์จะอยู่ที่ประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์จากราคาเต็ม เรียกว่าเสียค่าเดินทางเกือบเต็มราคาดีเทียว

.

ข้อสาม “รักลูกต้องพาลูกเที่ยว”

ฉันเคยอ่านเจอสโลแกนนี้ที่ไหนซักแห่งเป็นสโลแกนที่ฉันเห็นด้วยมากที่สุดเลย

.

ข้อสี่ เป็นเวลาดีๆ ที่เราได้แชร์กับลูก

การพาลูกเที่ยวเป็นการสร้างเรื่องราวประสบการณ์ดีๆ ให้ชีวิตของลูก การพาตัวเองและลูกออกจาก comfort zone ทำให้ฉันและลูกต้องปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หลายๆ อย่างร่วมกัน และนี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ในชีวิตของลูกที่ฉันสามารถเล่าให้ลูกฟังเมื่อเขาโตขึ้น อย่าไปสนใจค่ะ ว่าลูกจะจำได้หรือไม่ได้เมื่อเราพาเขาไปเที่ยวตอนที่เขายังเป็นเด็กเล็ก สิ่งที่สำคัญคือลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆด้วยตัวเองไม่ใช่แค่คำบอกเล่า และเราสองคนได้ใช้เวลาดีๆ ในชีวิตร่วมกัน แค่นี้เพียงพอแล้วค่ะ


.

การเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศสำหรับเด็กเล็ก เป็นเรื่องที่จำเป็นมากค่ะ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาลูกน้อยไปเที่ยวต่างประเทศควรเตรียมตัวหาข้อมูลต่างๆ ก่อนการเดินทาง ทั้งนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยหลายอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ต้องศึกษานะคะ สำหรับฉันที่พาลูกไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ถือว่าไม่ยากเท่าไหร่ค่ะ ส่วนการเตรียมเอกสารมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

 

.1. ตั๋วเครื่องบิน

ถ้ามีบริษัททัวร์ดูแลให้ก็ไม่เป็นปัญหาในการซื้อตั๋วค่ะ ค่าตั๋วเด็กจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 25% ของราคาตั๋วผู้ใหญ่ราคาแตกต่างกันแล้วแต่สายการบิน ส่วนคนที่ต้องซื้อตั๋วเองต้องศึกษาเงื่อนไขในการเดินทางแต่ละสายกาบินนะคะ ข้อควรรู้สำหรับการจองตั๋วเครื่องบินสำหรับเด็ก ทั้งนี้เด็กเล็กที่อายุไม่ถึงสองขวบต้องนั่งตักบิดาหรือมารดา ถึงแม้ว่าเราจะจ่ายค่าตั๋วเด็กเล็กแล้วก็ตาม ที่นั่งสำหรับเด็กเล็กจะมีโซนจัดไว้ชัดเจน สังเกตุได้ว่าจะเป็นแถวหน้าที่มีช่องว่างให้คนเดิน (ไม่มีเก้าอี้ผู้โดยสารด้านหน้าเรา) เพราะว่าเด็กจะถูกจัดให้นอนในตระกร้าที่สายการบินจัดให้ซึ่งเราต้องจองตระกร้าล่วงหน้า (ตามรูปของลูกสาวที่ด้านล่างค่ะ) ฉะนั้นเครื่องบินแต่ละลำจะมีที่จำกัดสำหรับเด็กเล็ก

.

.2. เอกสารการยื่นขอวีซ่า

  • เอกสารของลูกต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เช่นสูจิบัตร ทะเบียนบ้าน โดยจ้างให้สำนักงานที่รับแปลเอกสารแปล โดยฉันหาสำนักงานที่รับแปลเอกสารในอินเตอร์เนทนี่แหละค่ะ โทรติดต่อและส่งเอกสารให้แปลทางไปรษณีย์ โอนเงินไปก่อนนะคะ เขาถึงแปลให้ หน้าละ 300 บาทค่ะ
  • เราเป็นแม่พาลูกเดินทางไปต่างประเทศ พ่อต้องไปสำนักงานเขตขอหนังสือรับรองว่าพ่ออนุญาตให้พาลูกไปเที่ยวได้ โดยสำนักงานเขตจะออกหนังสือรับรองเป็นภาษาอังกฤษให้เลย ทั้งนี้ทางสถานฑูตคงป้องกันปัญหา พ่อหรือแม่พาลูกหนี กรณีที่พ่อกับแม่ของเด็กแยกทางกัน วันที่ไปทำวีซ่า ฉันพาลูกไปด้วย และสามีต้องไปด้วยนะคะ เพื่อแสดงตัวว่าพ่ออนุญาตจริง บริษัททัวร์แนะนำว่าให้ไปที่สถานฑูตด้วยกัน จะได้ไม่มีปัญหาในการออกวีซ่าค่ะ
  • พาลูกไปทำพาสปอร์ตให้เรียบร้อยก่อนไปขอวีซ่า ดูเอกสารได้ที่เวบค่ะงานหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย  (ผู้เยาว์อายุตํ่ากว่า 20ปีบริบูณ์)
    หรือ งานหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
  • ทั้งนี้ระเบียบการขอวีซ่าแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าไปดูในเวบไซด์ของสถานฑูตด้วยค่ะว่าจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ในกรณีที่ไม่ได้ใช้บริการบริษัททัวร์

.

.3.เอกสารด้านการเงิน

เตรียมเอกสารด้านการเงินคือ สเตทเม้นท์ย้อนหลังอย่างน้อยสามเดือน (หรือตามที่สถานฑูตกำหนด) ใครไปขอที่ธนาคารจะมีค่าธรรมเนียมของแต่ละธนาคาร ซึ่งต้องรอประมาณสองสามวันค่ะ ส่วนฉันใช้ของธนาคารกสิกร ธนาคารมีแอพในมือถือที่ขอสเตทเม้นท์ได้ โดยให้ส่งเข้าอีเมลล์ของฉัน จากนั้นก็ปริ๊นและเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องค่ะ แค่นี้ก็ใช้ได้

.

4. ซื้อประกันการเดินทาง

ประกันเดินทางต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่เฉพาะกับเด็กเล็กที่เดินทาง แต่ทุกท่านที่เดินทางควรจะซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ และเอกสารประกันต้องใช้เป็นส่วนประกอบในการยื่นขอวีซ่า (แล้วแต่ประเทศที่จะไป บางประเทศไม่ต้องมีวีซ่า) ด้วยค่ะ เพราะเราไม่สามารถจะล่วงรู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากว่าเราเกิดไปเจ็บป่วยในประต่างเทศ ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษา ซึ่งค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศนั้นถือว่าแพงมาก ฉะนั้น ซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศไว้ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น

.

5.โรงแรมที่พัก

ในการยื่นขอวีซ่า เราต้องมีใบจองโรงแรมที่พักด้วค่ะ สำหรับโรงแรมที่พักของฉันและลูกสาว บริษัททัวร์จัดการดูแลไป ส่วนท่านที่ต้องการไปเที่ยวเองสามารถหาข้อมูล   หรือดูรีวิวในเวบท่องเที่ยวต่างๆ ได้ ฉันเคยใช้บริการ booking.com ในทริปส่วนตัวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ถือว่าใช้ได้ค่ะ จองตั๋วแล้วสามารถยกเลิกได้โดยการแจ้งล่วงหน้า (บางโรงแรมยกเลิกไม่ได้ต้องดูดีๆ นะคะ แต่ส่วนมากไม่มีปัญหาให้ยกเลิกได้ค่ะ)

.

การเตรียมตัวของลูกน้อยและของใช้ที่จำเป็น

.

    1.รถเข็นที่ทนทานแต่ไม่ใหญ่จนเกินไป

รถเข็นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากเมื่อเราไปท่องเที่ยวโดยมีเด็กเล็กไปด้วย ฉะนั้นเราต้องเลือกหารถเข็นขนาดที่พอเหมาะไม่ใหญ่เกินไป เพราะเราต้องแบกทั้งลูกทั้งรถเข็นแถมมีสัมภาระอื่นๆ อีก ถ้ามีเพื่อนร่วมทริปช่วยถือของช่วยแบกด้วยก็ดีไปค่ะ ตอนฉันไปเที่ยวอังกฤษนั้นฉันต้องซ้อมพับรถเข็นก่อนเลยค่ะ เพราะปกติเวลาพาลูกไปไหนสามีจะเป็นคนพับรถเข็น ทีนี้พอฉันพาลูกไปเที่ยวเองฉันต้องหัดพับละค่ะ ตอนขึ้นเครื่องเราสามารถเข็นรถเข็นเข้าไปที่ิประตูเครื่องบินได้เลย แต่เราต้องพับรถเข็นเองนะคะ ติดแท็ก (ที่ได้มาตั้งแต่ตอนเช็กอินที่เค้าท์เตอร์สนามบิน) และใส่ถุงค่ะ เจ้าหน้าที่จะนำไปโหลดใต้ท้องเครื่องบิน พอถึงปลายทางเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นมาให้ตอนที่เราลงจากเครื่อง เข็นลูกออกมาได้เลยค่ะ

 

    2. อาหาร นม แพมเพิร์ส

2.1 คุณพ่อคุณแม่ต้องทราบว่าลูกทานอะไรได้บ้าง หรือลูกไม่ชอบทานอะไรหรือลูกแพ้อะไร ศึกษาดูว่าอาหารประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร คิดว่าลูกเราจะทานอาหารได้ไหม ยังไงเตรียมอาหารสำเร็จรูป อาหารซองของเด็กเล็กที่ลูกชอบทาน ขนมขบเคี้ยวไปเผื่อด้วยก็ดีค่ะ เป็นอาหารสำรองกรณีที่ไปร้านอาหารแล้วลูกทานอะไรไม่ได้

2.2 นม ควรเตรียมนมไปให้ลูกพอดื่ม เช่นถ้าลูกดื่มนมวันละสี่กล่อง ต้องเตรียมเผื่อไปห้ากล่อง คูณด้วยจำนวนวันที่เราไปเที่ยว เช่น 5 กล่อง x ไปเที่ยว 5 วัน เราต้องเตรียมนม 25 กล่อง แต่ลูกบ้านไหนยังกินนมผง ก็สามารถเตรียมนมผงไปด้วย เพื่อลดปริมาณนมกล่องที่มีน้ำหนักมาก แต่ข้อเสียคือเราต้องเตรียมอุปกรณ์ล้างขวดนมไปด้วย สำหรับฉันใช้แบบผสมค่ะ คือมีทั้งนมกล่องและนมผง โดยเตรียมอุปกรณ์ล้างขวดนมไปด้วย ล้างขวดแล้วก็ลวกน้ำร้อนโดยใช้กาต้มน้ำของโรงแรม หรือถ้าไม่อยากขนไปมาก สามารถซื้อนมในซุปเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศได้ แต่ราคาจะสูงกว่าบ้านเราแน่ๆ ค่ะ

2.3 แพมเพิร์ส ลูกบ้านไหนใช้แพมเพิร์สก็เตรียมไปค่ะ กะประมาณที่เราใช้ประจำวันแล้วคูณวันที่เราเดินทางเข้าไป หรือว่าไม่อยากแบกของมากก็ไปซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศได้ ถ้าไม่หวั่นเรื่องราคานะคะ

.

     3. ยา

เตรียมยาขั้นพื้นฐานจำเป็นสำหรับเด็กด้วยนะคะ แก้ไข้ แก้ปวด ลดน้ำมูก และมีปรอดวัดไข้ติดไปด้วยก็ดีค่ะ ถ้าลูกมีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอก่อนเดินทางค่ะ

.

   4. การเตรียมตัวของลูก

ก่อนไปเที่ยวเราต้องมีการเกริ่นกับลูกก่อนนะคะ ว่าเราจะพาเขาไปที่ไหน ไปทำอะไร ไปยังไง ลองถามว่าลูกชอบไหม อยากไปไหม เล่าเรื่องสนุกๆ ให้ลูกฟัง และเราต้องเตรียมตัวในการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก เด็กบางคนอาจจะปรับตัวกับการขึ้นเครื่องบินไม่ได้ อาจจะมีการงอแง ร้องไห้โยเย คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตัวรับสภาพค่ะ โชคดีที่ลูกสาวฉันไม่มีปัญหากับเครื่องบิน ฉันเข้าใจเอาเองว่าลูกคงคุ้นเคยเพราะตอนฉันท้องลูกสาวได้สี่เดือนฉันไปญี่ปุ่น และมาเลย์เซียมาแล้ว ทริปแรกของลูกสาวบนเครื่องบินจึงเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะลูกเล่นและคุยสนุกสนานไม่มีงอแงเลย

รูปลูกสาวนั่งในตระกร้าตอนออกจากสุวรรณภูมิ มีความสุขลั้ลลามาก

 

.

   5. อาหารทารกหรืออาหารเด็กบนเครื่องบิน

เราสามารถสั่งอาหารสำหรับเด็กล่วงหน้าก่อนบิน 24 ชั่วโมงแต่ถ้าไม่ได้แจ้งไปตั้งแต่แรก เราไม่สามารถจะไปขอสั่งอาหารตอนขากลับได้แล้วนะคะ ตอนที่ฉันไปเที่ยวกับลูก ฉันเตรียมอาหารให้ลูกตอนขาไป พอวันที่เดินทางกลับฉันเปลี่ยนใจ ขอสั่งอาหารให้ลูกระหว่างที่เช็คอิน เจ้าหน้าสายการบินบอกว่าไม่สามารถเตรียมอาหารให้ได้ เพราะว่าเราไม่ได้ขอรับบริการตั้งแต่ที่เมืองไทย โชคดีว่าลูกหลับยาวตลอดไฟล์ กินนมอย่างเดียวเลยค่ะ

.

     6.ชุดของลูก

คุณพ่อคุณแม่สามารถหาข้อมูลในเวบต่างๆ ได้ว่าประเทศที่จะไปนั้นมีอากาศแบบไหน เดือนที่จะไปนั้นอยู่ในหน้าฝน หน้าหนาวหรือหน้าร้อน เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมตัว คุณพ่อคุณแม่ที่หัดให้ลูกทานอาหารเองได้แล้วหรือกำลังหัดให้ทานเองอยู่ ควรจะมีผ้าอ้อมหรือผ้าผืนเล็กๆ  ถือว่าเป็นผ้าอเนกประสงค์ ทิชชูเปียก หรือทิชชูธรรมดาไว้ใช้ระหว่างการเดินทาง

 

หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ที่เตรียมตัวพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศจะได้รับประโยชน์จากโพสนี้นะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

 

Credit : pixabay.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here