Home MOTHERHOOD หนี้บุญคุณ ที่เราต้องชดใช้ให้พ่อแม่!

หนี้บุญคุณ ที่เราต้องชดใช้ให้พ่อแม่!

78
0
หนี้บุญคุณ ที่เราต้องชดใช้ให้พ่อแม่!

ฉันเคยอ่านบทความของหมอโอ๋ เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน เรื่อง #เราไม่เคยมีบุญคุณต่อกัน ซึ่งฉันเห็นด้วยทุกประการ ว่าเราไม่มีบุญคุณกับลูก เพราะลูกไม่เคยร้องขอให้ทำให้เขาเกิดมา และด้วยเหตุผลอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่ไม่มีใครคิดเหมือนฉันทุกคนหรอกค่ะ อย่างน้อยก็มีบางครอบครัวที่ไม่ได้คิดแบบนี้

เมื่อไม่กี่วันมานี้ฉันได้ดูรายการเจาะใจย้อนหลัง เรื่องของอดีตน้องร้องชื่อดัง “เอิน กัลยกร นาคสมภพ” ที่เป็นโรคซึมเศร้าโดยที่ไม่รู้ตัวมานานเป็นสิบปี และส่งผลกระทบกับรูปร่างจนกลายเป็นโรคอ้วนเพราะหยุดกินไม่ได้

.

เอิน กัลยกร นาคสมภพ

photo from posttoday.com

.

สาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูของครอบครัวที่เข้มงวด ตั้งแต่เด็กๆ เธอต้องเรียนไม่ต่ำกว่าเกรดเท่านี้… ที่ไม่ทราบว่าพ่อหรือแม่เป็นคนตั้งให้ เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันก็เรียกลูกมานั่งแล้วถามต่อหน้าว่าจะเลือกอยู่กับใคร หรือการด่าทอด้วยคำหยาบ ขว้างปาข้าวของต่อหน้าลูก เมื่อเป็นดารา เธอต้องควบคุมน้ำหนัก โดยการชั่งน้ำหนักทุกวัน ถ้าวันไหนเข็มในเครื่องชั่งน้ำหนักกระดิกไปทางขวานิดเดียวจะเป็นเรื่องใหญ่ทันที ความที่เป็นดาราแม่เคยให้เธอกินผลไม้อย่างเดียวเป็นอาทิตย์ๆ หรือบังคับให้กินยาลดความอ้วนจนน้ำหนักลงเป็นที่พอใจจึงยอมให้เลิกกินยา

ฉันไม่แปลกใจเลยที่เธอกลายเป็นโรคซึมเศร้า ความกดดัน ความรุนแรงในครอบครัวทำให้เธอเป็นเช่นนี้โดยที่บอกเล่าใครไม่ได้เพราะเป็นดาราและพ่อแม่เป็นคนมีชื่อเสียง มีอยู่คำหนึ่งที่แม่บอกเธอว่า “เธอเป็นหนี้บุญคุณแม่ และชาตินี้ใช้หนี้ไม่มีวันหมด”

ฉันนั่งดูรายการเจาะใจจนจบพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดในใจ รู้สึกเศร้าใจกับสิ่งที่คุณเอินเจอมาทั้งชีวิต ช๊อตที่ทำให้ฉันน้ำตาซึมคือเธอบอกว่า “หลังจากกินยาแก้อาการโรคซึมเศร้าได้สองอาทิตย์ เธอรู้สึกว่าชีวิตมีความสุข และรู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิตตั้งแต่จำความได้”

.

ฉันนั่งถามตัวเองว่า ลูกเป็นหนี้บุญคุณฉันไหมในฐานะที่ฉันเป็นแม่และเลี้ยงดูลูกมา…..

คำตอบคือไม่เลย!

เพราะว่า….

ตอนที่ลูกจะเกิด ลูกไม่ได้มาเข้าฝันเรานะคะ ว่า

“แม่..หนูอยากเกิดเป็นลูกแม่ อนุญาตให้หนูเกิด ให้หนูมาอยู่ด้วยนะคะ” แล้วลูกจะเป็นหนี้บุญคุณเราได้อย่างไร

ตอนที่ลูกเกิด เราต่างหากที่ดิ้นรนสารพัด ทำอย่างไรถึงจะท้อง ต้องไปหาหมอสารพัดหมอ ไทย จีน ฝรั่ง

หมอไทยก็หมอดู “หมอคะดวงหนูจะมีลูกไหมคะ”

หมอจีน “หมอคะมียาจีนอะไรกินแล้วบำรุงบ้างคะ หนูอยากมีลูกแต่ยังไม่ท้องซักที”

หมอฝรั่งหรือหมอในโรงพยาบาล คลีนิคมีบุตรยาก เราก็เพียรพยายามไปหาหมอ นัดแล้วนัดอีก เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอม ตรวจร่างกายหาสิ่งผิดปกติ ลางานแล้วลางานอีก เห็นไหมคะ เราทั้งนั้นที่ดิ้นรนอยากมีลูก แม้แต่พ่อแม่ญาติพี่น้องก็ถามทุกวี่ทุกวัน ถามจนเราเครียดว่า “แต่งงานมาตั้งนานแล้วเหมือนไหร่จะมีลูกซักที” เพราะอยากมีหลานไว้ชื่นชมซักคนสองคน “บ้านนั้น… เค้ามีลูกแล้วนะ” กดดันเราไปอีก เอาซี้

.

ตอนเกิดมาพ่อแม่ต้องเลี้ยงดูลูกที่ยังเล็กเพราะพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ลูกโตขึ้นมาพ่อแม่ต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด นั่นเรียกว่าเป็นบุญคุณแล้วใช่ไหมคะ แต่ในทางกลับกัน ฉันคิดว่านั่นคือความรับผิดชอบที่พ่อแม่ควรมีต่อลูก ในเมื่อคุณทำให้เขาเกิดมาเผชิญโลกและสังคมที่มีดีบ้างแย่บ้าง ฉะนั้น นั่นเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องเลี้ยงดูและปลูกฝังสิ่งดีๆ สร้างเกาะคุ้มกันให้เขาสามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างดี ไม่เป็นภาระของครอบครัวและสังคม ในวันที่คุณไม่อยู่กับเขาแล้วต่างหาก

.

ในทางตรงกันข้ามพ่อแม่ต่างหากที่ติดหนี้ลูกเพราะวันที่เขาเกิด เขานำความรักความปิติยินดี มาสู่ครอบครัว เขาชื่นชูใจให้กับพี่ป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย เขานำความสดใสมีชีวิตชีวามาสู่ครอบครัว เขาทำให้บ้านมีเสียงหัวเราะ ถูกไหมคะ เวลาที่เราเหนื่อยกลับมาจากที่ทำงาน แค่ลูกตัวเล็กๆ วิ่งเข้ามากอดขาเรา ยิ้มและชูแขนให้เราอุ้ม แค่นี้เราก็สุขใจแล้วใช่ไหมคะ

แล้วทำไมพ่อแม่ถึงบอกว่าลูกเป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่อีกละคะ?

ฉันเขียนเรื่องนี้ไว้เตือนตัวเองว่าเมื่อลูกโตขึ้น ฉันจะไม่เอาความฝัน ความหวังของตัวเองไปทุ่มใส่ลูก จะไม่ลืมตัวแล้วตะโกนใส่ลูกว่า “แกเป็นหนี้บุญคุณฉัน” ในวันที่ลูกไม่ได้อย่างใจ เมื่อวันหนึ่งลูกต้องเติบโตและมีชีวิตเป็นของตัวเอง

.

ในสังคมคนเอเชียและชาวไทยอย่างเรา ความเชื่อที่ว่า ความกตัญญูต่อพ่อแม่และการตอบแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เกิดเป็นเรื่องที่ลูกต้องทำ นั่นเป็นความเชื่อของฉันด้วยเช่นกัน และฉันก็เลี้ยงดูพ่อแม่ตัวเองเป็นอย่างดี แต่ฉันไม่จำเป็นต้องบอกลูกว่า “โตขึ้นหนูต้องเป็นลูกที่ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่นะ” แต่ลูกจะได้เรียนรู้จากสิ่งที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อปู่ย่าตายายด้วยความรักและความใส่ใจ และวันข้างหน้า เขาจะเข้าใจเองว่าเขาควรปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างไร ดังนั้น อย่าไปทวงบุญคุณกับลูกเลยค่ะ อย่าถามว่าเขาจะตอบแทนเราอย่างไรเมื่อโตขึ้น เราต้องถามตัวเองว่าวันนี้เราเลี้ยงดูเขาดีพอหรือยัง ไม่ใช่แค่หาเงินมากพอ มีของเล่นมากพอ แต่เรามีเวลาให้เขาไหม สอนเขาในทางที่ถูกไหม ให้ความรักเขามากพอหรือเปล่า มากพอจนเขาไม่รู้สึกพร่องแล้วไปตามหาความรักนอกบ้านน่ะค่ะ!

Credit :www.posttoday.com, www.youtube.com

บทความอื่นๆ :เมื่อลูกน้อยหวงของเล่น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here